เดินตามรอยเท้าของลกซุน

ชื่อของหลู่ซุ่นเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ที่จะกล่าวถึงในฐานะที่เป็นนักวรรณคดีที่สำคัญคนหนึ่งที่มีความเกี่ยวข้องอย่างลึกซึ้งกับเซนได เซนไดเป็นจุดเปลี่ยนในวิถีชีวิต
ของหลู่ซุ่น ท่านสามารถท่องเที่ยวไปยังสถานที่อันมีชื่อเสียงทั้งหลายที่กล่าวถึงเรื่องราวของหลู่ซุ่น ขอเชิญชวนท่านมาเดินเที่ยวดินแดนอันเป็นที่มาของเรื่องราว
พร้อมทั้งประวัติศาสตร์ของเขานี้

หลู่ซุ่นเกิดที่เมืองโชโค จังหวัดเจ้อเจียง ประเทศจีน มีชื่อจริงว่าซู่ ชู เริ่น(Zhōu Shùrén) ด้วยความตั้งใจมุ่งศึกษาทางการแพทย์ จึงได้เข้าเป็นนักศึกษาเรียนต่อ
ต่างประเทศชาวจีนคนแรกที่เข้าศึกษาที่โรงเรียนการแพทย์เซนได(แต่ก่อนเป็นสาขาวิชาแพทย์มหาวิทยาลัยโทโฮะคุ)ในเดือนกันยายน 1904
และที่แห่งนี้ หลู่ซุ่นได้พบกับอาจารย์ฟุจิโนะ เกนคุโรซึ่งเป็นครูผู้สอน ความสัมพันธ์ของครูกับลูกศิษย์นั้นต่อมาได้เป็นที่รับรู้แก่ที่สาธารณชนในฐานะที่เป็นนว
นิยายอัตชีวประวัติของหลู่ซุ่นในชื่อ “ฟุจิโนะเซนเซ”ซึ่งได้เขียนถึงความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นลึกซึ้งของครูกับลูกศิษย์นั้น ดังนั้นการเดินชมรอบแหล่งที่เป็นที่มา
ของเรื่องราวของหลู่ซุ่นนั้นจะเริ่มขึ้นที่อาคารหลักหอสมุดมหาวิทยาลัยโทโฮะคุซึ่งมีรูปจำลองของหลู่ซุ่นและรูปจำลองของอาจารย์ฟุจิโนะซึ่งเป็นบุคคลหนึ่งที่มี
อิทธิพลต่อชีวิตของเขานั้นตั้งเรียงกันให้ชม

ต่อจากนั้นไปชมรูปจำลองท่อนบนและแท่นศิลาจารึกของหลู่ซุ่นที่ตั้งอยู่ติดกับพิพิธภัณฑ์สถานเมืองเซนได และเดินทางต่อไปที่คะตะฮิระแคมปัส มหาวิทยาลัยโท
โฮะคุ สถานที่อยากแวะชมระหว่างทางไปก็คือร่องรอยสถานที่พักของหลู่ซุ่น สถานที่ที่เคยเป็น “ซาโต้ยะ” ซึ่งหลู่ซุ่นได้เข้าพักเป็นครั้งแรกในเซนได มีแท่นศิลา
จารึกของร่องรอยที่พักเดิมของหลู่ซุ่นที่สร้างขึ้นโดยสมาคมประกาศผลงานของอาจารย์หลู่ซุ่นเซนได เมื่อมาถึงคะตะฮิระแคมปัส มหาวิทยาลัยโทโฮะคุ ก็ชมรูป
จำลองของอาจารณ์หลู่ซุ่นไปพร้อมๆกับเดินไปยังอาคารข้อมูลทางประวัติศาสตร์มหาวิทยาลัยโทโฮะคุ ที่นี่ก็คือ “ห้องจัดแสดงที่รำลึกหลู่ซุ่น” ที่มีการจัดแสดงอยู่
ประจำถาวร สามารถชมวัตถุข้อมูลในสมัยที่เขายังเป็นนักศึกษาอยู่นั้น จุดที่เป็นหลักสำคัญที่น่าสนใจก็คือห้องเรียนชั้นบันไดของหลู่ซุ่นซึ่งเป็นสิ่งก่อสร้างที่หาดูได้
ยากมากซึ่งยังคงไว้ซึ่งลักษณะรูปร่างของสิ่งก่อสร้างนั้นให้ได้ชมอยู่ในทุกวันนี้แม้ว่าจะมีการปรับปรุงและย้ายใหม่หลายครั้งก็ตาม การเข้าชมนั้นเป็นระบบการจอง
ล่วงหน้าเท่านั้น กรุณาสอบถามรายละเอียดได้ที่แผนกประชาสัมพันธ์ฝ่ายงานวางแผนทั่วไป มหาวิทยาลัยโทโฮะคุ (022-217- 6090 / koho@grp.tohoku.ac.jp)

หลู่ซุ่นได้ดำเนินชีวิตนักศึกษาในฐานะที่เป็นนักศึกษาแพทย์ที่เขตเซนไดนั้น เขาได้รับรู้ถึงความยากลำบากของประเทศบ้านเกิดและรู้ว่าสิ่งที่จำเป็นนั้นไม่ใช่เรื่อง
การแพทย์แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงจิตใจของคน ซึ่งในการนี้ก็มีความคิดขึ้นมาว่าสิ่งที่จะนำมาใช้ให้เกิดผลได้ก็คือศิลปะและวรรณกรรม จึงได้ตัดสินใจเปลี่ยนผันวิถี
ชีวิตไปสู่ด้านวรรณกรรมและออกจากสภาพของนักศึกษาในเดือนมีนาคม 1906 เมื่อเดินทางกลับประเทศ ก็ได้สร้างผลงานอันโดดเด่นอยู่มากมายออกสู่
สาธารณะอาทิเช่น "เคียวจินนิคคิ" หรือ "อะคิวเซเดน" ส่งผลให้เป็นที่รู้จักแก่ทั่วโลกในฐานะที่เป็นนักวรรณคดีผู้โด่งดัง